โรงเรียนบ้านควนกองเมือง

หมู่ที่ 3 บ้านบ้านควนกองเมือง ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

-

สภาพอากาศ หากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาการส่วนใหญ่ส่งผลต่อผู้ป่วยอย่างไร

สภาพอากาศ

สภาพอากาศ คลื่นความร้อนที่กำลังจะมาถึง ต้องรักษาสุขภาพในช่วงนี้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญในการแพทย์เตือนว่า ความร้อนในฤดูร้อนจะชื้นมากกว่า ซึ่งจุดเน้นของการปรับสภาพ และการรักษาสุขภาพในขณะนี้คือ การบรรเทาความร้อน เพื่อทำให้จิตใจสงบ ขจัดความชื้นและเติมพลังให้อวัยวะภายในของร่างกายรวมถึงม้าม

นอกจากนี้ หลายคนมักจะอยู่ในห้องปรับอากาศและว่ายน้ำ เพื่อหนีความร้อนในฤดูร้อน ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด ก็ควรอยู่อย่างพอประมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน และความเย็นที่มากเกินไป หลังว่ายน้ำอย่ากินผลไม้มากเกินไป เพื่อบรรเทาความร้อน แทนซุปขิง 1 ถ้วย ซึ่งเหมาะกว่าสำหรับการขจัดความหนาวเย็น เนื่องจากมีส่วนช่วยในการทำให้ร่างกายอบอุ่น

จุดบำรุงสุขภาพคือ ควรรับประทานอาหารเบาๆ เนื่องจากผู้อำนวยการแผนกการแพทย์ได้ระบุว่า ภาคใต้มีอากาศร้อนชื้น และร่างกายของมนุษย์ มีร่างกายอ่อนแอ รวมถึงในม้ามและกระเพาะอาหาร ผลไม้ฤดูร้อนในภาคใต้มีมากมาย ซึ่งมีความหลากหลาย ถ้าหากกินมากเกินไป หรือกินร่วมกับเครื่องดื่มเย็นๆ รวมถึงอาหารทะเลก็มีแนวโน้มที่จะร้อนขึ้นและเย็นลง

คนเรามักพูดว่า ขาดสารอาหาร ซึ่งจะหมายถึง ม้ามและท้องทำงานไม่เพียงพอ เมื่อกินอาหารรสเผ็ด ทอดเช่น หม้อไฟ บาร์บีคิว ทำให้เกิดอาการเจ็บคอ เกิดแผลในปาก แผลที่ลิ้น แผลในปาก ปวดหัวซึ่งจะเกิดขึ้น อาการปวดฟัน ท้องร่วง ปวดท้องและอาการอื่นๆ ดังนั้นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการควบคุมอาหารในฤดูร้อน และควรกินเบาๆ ไม่อุ่นเกินไป และไม่เย็นมากเกินไป

อาหารสำหรับบำรุงม้าม บำรุงท้อง ช่วยดับร้อนและให้ความชุ่มชื้น แพทย์ได้กล่าวว่า สภาพอากาศ ที่ร้อนและชื้น มีความสำคัญมากที่จะต้องทำให้ม้ามมีชีวิตชีวา หรือมีส่วนช่วยในการบำรุงกระเพาะอาหาร ควรกำจัดความร้อนและความชื้น ไม่ว่าจะเป็นความชื้นภายนอก และความร้อนที่เกิดจาก สภาพอากาศ หรือความชื้นภายในและความร้อนที่ เกิดจากการขาดความเย็นของม้ามและกระเพาะอาหาร

เนื่องจากความร้อนที่ยาวนาน จะทำให้ม้ามทำงานไม่ราบรื่น ส่งผลให้เกิดอาการเมื่อยล้า ถ่ายยาก ปวดข้อ ท้องอืด เบื่ออาหาร และอาการอื่นๆ ในกรณีที่รุนแรง ปากเหนียว ปากขม กลิ่นปาก นอนไม่หลับ ตื่นง่าย อารมณ์แปรปรวน อุจจาระแห้งผิดปกติเป็นต้น ดังนั้นควรใส่ใจในการเสริมสร้างม้ามเพื่อไล่ความชื้น เพื่อลดระยะเวลาของกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใช้มาตรการลดความชื้นในห้องปรับอากาศอย่างเหมาะสม

โดยกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หากเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน อาจปรับเครื่องปรับอากาศเป็นโหมดลดความชื้น ในระยะเวลาหนึ่งได้เช่นกัน ควรอยู่ห่างจากความร้อนปานกลาง และใส่ใจกับความหนาวเย็น วิธีหนีความร้อนที่พบบ่อยที่สุดในฤดูร้อนคือ การเปิดเครื่องปรับอากาศ และการว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเลือกหนีความร้อนด้วยวิธีไหนก็ตาม ควรรักษาตัวให้พอประมาณ และป้องกันโรคหวัด

โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ม้ามและกระเพาะอาหารของเด็กยังไม่โตเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความชื้นบุกรุกได้ง่าย หากไปว่ายน้ำ ความชื้นจะเข้าสู่รูพรุนของร่างกายได้ง่าย หากกินผลไม้เย็นๆ มันจะทำลายม้าม และกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่ทำปฏิกิริยากับความร้อนชื้น เด็กที่ร่างกายอ่อนแอไม่ควรไปว่ายน้ำบ่อยๆ เนื่องจากน้ำเย็นและทำให้เปียก ซึ่งอาจทำให้เป็นหวัดและไข้ซ้ำๆ ได้ง่าย

พวกเขาจำเป็นต้องปรับร่างกายก่อนจะว่ายน้ำก่อน นอกจากนี้ เด็กไม่ควรรับประทานผลไม้ หรืออาหารเย็นอื่นๆ ทันทีหลังว่ายน้ำ นอกจากนี้สามารถดื่มซุปขิง ซึ่งมีผลทำให้อุ่นและขับความเย็นได้ ในเวลาเดียวกัน สามารถเลือกทานอาหารดังนี้ได้ โดยใช้แตงโม 750 กรัม ดอกบัว 2 ดอก ถั่วเลนทิล 30 กรัม เปลือกส้มเขียวหวาน 5 กรัม กระดูกสันหลังหมู 500 กรัม

วิธีการทำคือ หลังจากล้างวัสดุข้างต้นแล้ว ให้ใส่ในหม้อ จากนั้นเติมน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ต้มบนไฟแรง แล้วปรุงอาหารด้วยไฟต่ำเป็นเวลา 2.5 ชั่วโมง จากนั้นให้ใส่เกลือเพื่อลิ้มรส สรรพคุณคือ ช่วยบรรเทาความร้อนและความชื้น มีส่วนช่วยในการรักษาอาการปวดอุจจาระ ช่วยรักษาเคลือบลิ้นที่หนาและมันเยิ้ม

อ่านต่อเพิ่มเติม คลิ๊ก !!!           โรคเกาต์ ภาวะกระดูกพรุน มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง